เลขที่ ฆสพ.สบส. ๒๕๘๔ / ๒๕๖๓
เลขที่ ฆสพ.สบส. ๗๐๓๘ / ๒๕๖๗

ลดสัดส่วนมีกี่วิธี? เปรียบเทียบ 5 แนวทางดูแลรูปร่าง ตามระดับปัญหาของแต่ละบุคคล

หลายคนที่ต้องการ ลดสัดส่วน มักเริ่มต้นจากการควบคุมอาหารหรือการออกกำลังกาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่าน้ำหนักลดลงเพียงเล็กน้อย หรือแม้น้ำหนักจะลดแล้ว แต่ยังคงมีไขมันสะสมเฉพาะจุด ผิวหย่อนคล้อย หรือผิวหนังส่วนเกินที่ทำให้รูปร่างยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงเริ่มค้นหาคำถาม เช่น “ควรเริ่มจากโปรแกรมลดน้ำหนักหรือโปรแกรมดูดไขมันดี?”, “ผิวหย่อนหลังลดน้ำหนักแก้ยังไง?” หรือ “จำเป็นต้องทำโปรแกรมตัดหนังหน้าท้องหรือไม่?”

ในความเป็นจริง การดูแลรูปร่างไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกคน เพราะปัญหา สภาพร่างกาย และเป้าหมายของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน บางคนต้องการเพียงการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต บางคนเหมาะกับการดูแลน้ำหนักภายใต้การประเมินของแพทย์ ขณะที่บางคนอาจมีไขมันสะสมเฉพาะจุดหรือผิวหนังส่วนเกินมาก ซึ่งต้องอาศัยแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 5 แนวทางดูแลรูปร่าง ตั้งแต่การวางรากฐานสุขภาพ การดูแลน้ำหนัก การปรับสัดส่วน ไปจนถึงการดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและผิวหนังส่วนเกิน เพื่อช่วยให้เข้าใจว่าปัญหาแต่ละระดับเหมาะกับแนวทางใด ทั้งนี้ การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมควรได้รับการประเมินจากแพทย์ เนื่องจากผลลัพธ์และแนวทางการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ทำไมการ ลดสัดส่วน จึงไม่มีวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกคน?

เมื่อพูดถึงการลดสัดส่วน หลายคนมักให้ความสำคัญกับตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนักเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริง น้ำหนักตัวไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ส่งผลต่อรูปร่าง เช่น บางคนมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม แต่ยังมีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง เอว หรือต้นแขน ขณะที่บางคนสามารถลดน้ำหนักได้หลายกิโลกรัม แต่กลับมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือผิวหนังส่วนเกินตามมา

นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ รับประทานอาหารอย่างเหมาะสม แต่ไขมันบางบริเวณกลับลดลงได้ยาก เนื่องจากพันธุกรรม ฮอร์โมน อายุ หรือโครงสร้างของร่างกาย

ดังนั้น การประเมินปัญหาจึงไม่ควรดูเพียงน้ำหนักตัว แต่ควรพิจารณาปัจจัยหลายด้านร่วมกัน เช่น

  • องค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition)
  • ปริมาณไขมันสะสม
  • ตำแหน่งของไขมัน
  • ความยืดหยุ่นของผิว
  • การมีผิวหนังส่วนเกิน
  • เป้าหมายของผู้เข้ารับบริการ

เมื่อทราบสาเหตุของปัญหาแล้ว แพทย์จึงสามารถวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรมสุขภาพ การดูแลน้ำหนัก การปรับสัดส่วน หรือการศัลยกรรม ทั้งนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะต้องเข้ารับการรักษาครบทุกขั้นตอนเสมอไป

Step การ ลดสัดส่วน

การดูแลรูปร่างไม่ได้ใช้แค่วิธีเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล

การดูแลรูปร่างสามารถเปรียบเทียบได้กับการวางแผนการรักษาในด้านอื่นของการแพทย์ คือ เริ่มจากการประเมินปัญหา แล้วจึงเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด

สำหรับบางคน การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพโดยรวม อาจเพียงพอที่จะช่วยให้รูปร่างเปลี่ยนแปลงได้ตามเป้าหมาย แต่หากปัญหามีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น น้ำหนักเกิน ไขมันสะสมเฉพาะจุด หรือมีผิวหนังส่วนเกินหลังลดน้ำหนัก แพทย์อาจพิจารณาแนวทางอื่นเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะเรียงลำดับแนวทางการดูแลรูปร่างจากปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเริ่มจากการดูแลพื้นฐาน ไปจนถึงแนวทางการรักษาที่ช่วยแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น

หมายเหตุ: ลำดับต่อไปนี้เป็นเพียงแนวทางเพื่ออธิบายภาพรวมของการดูแลรูปร่าง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องเริ่มจาก STEP 1 แล้วไปจนถึง STEP 5 เสมอ แนวทางการรักษาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

ตารางเปรียบเทียบ 5 แนวทางดูแลรูปร่างแต่ละ STEP

แนวทางระดับปัญหาเหมาะกับปัญหาจุดประสงค์หลักข้อดีผลลัพธ์ค่าใช้จ่าย
STEP 1
Body Management Program
⭐☆☆☆☆
Level 1
ต้องการเริ่มดูแลรูปร่างปรับพฤติกรรม โภชนาการ และการใช้ชีวิตไม่ต้องผ่าตัด สร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีในระยะยาวระยะยาว* ขึ้นอยู่กับวินัยในการดูแลสุขภาพของแต่ละบุคคลหลักพัน–หลักหมื่นบาท
STEP 2
โปรแกรมลดน้ำหนักด้วยยา (Weight Management)
⭐⭐☆☆☆
Level 2
น้ำหนักเกินหรือภาวะอ้วนดูแลน้ำหนักโดยรวมภายใต้การประเมินของแพทย์ช่วยสนับสนุนการลดน้ำหนักโดยไม่ต้องผ่าตัดขึ้นอยู่กับการดูแลต่อเนื่องหลักหมื่นบาทต่อคอร์ส
STEP 3
โปรแกรมดูดไขมัน (Body Contouring Surgery)
⭐⭐⭐☆☆
Level 3
ไขมันสะสมเฉพาะจุดปรับสัดส่วนของร่างกายลดไขมันเฉพาะจุดและเห็นสัดส่วนชัดเจนขึ้นระยะยาว* หากควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมหลักหมื่น–หลักแสนบาท
STEP 4
โปรแกรมยกกระชับ J-Plasma / Body Tightening
⭐⭐⭐⭐☆
Level 4
ผิวหย่อนคล้อยหลังไขมันลดลงเพิ่มความกระชับของผิวช่วยให้ผิวกระชับและเสริมผลลัพธ์หลังทำโปรแกรมดูดไขมัน12-18 เดือนหลังทำหลักหมื่นบาท
STEP 5
โปรแกรมตัดหนังหน้าท้อง (Abdominoplasty)
⭐⭐⭐⭐⭐
Level 5
ผิวหนังส่วนเกินหรือกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกกำจัดผิวหนังส่วนเกินและปรับรูปร่างหน้าท้องแก้ปัญหาผิวหนังส่วนเกินและช่วยให้หน้าท้องกระชับขึ้นผลลัพธ์กึ่งถาวร (ประมาณ 10-15 ปีขึ้นไป)*หลักแสนบาท

*ผลลัพธ์และค่าใช้จ่ายแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และแผนการรักษา

5 แนวทางดูแลรูปร่าง แต่ละแบบเหมาะกับปัญหาแบบไหน?

STEP 1 Body Management Program (โปรแกรมโภชนาการและการดูแลรูปร่าง)

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นดูแลรูปร่าง หรือยังไม่เคยวางแผนการ ลดสัดส่วน อย่างเป็นระบบ Body Management Program หรือโปรแกรมโภชนาการและการดูแลรูปร่าง มักเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะการดูแลรูปร่างในระยะยาวไม่ได้อาศัยเพียงการลดปริมาณอาหารหรือการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการประเมินสภาพร่างกายและการปรับพฤติกรรมในหลายด้านร่วมกัน

ภายใน Body Management Program แพทย์จะประเมินองค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition Analysis) เพื่อวิเคราะห์สัดส่วนของไขมัน มวลกล้ามเนื้อ และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำข้อมูลมาวางแผนโภชนาการ การออกกำลังกาย และ Lifestyle Coaching ให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละบุคคล

การเริ่มจากการวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายจะช่วยให้ผู้เข้ารับบริการเข้าใจร่างกายของตนเองมากขึ้น และสามารถสร้างพฤติกรรมที่ส่งเสริมการดูแลรูปร่างในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหาร การเพิ่มกิจกรรมทางกาย หรือการปรับสมดุลการใช้ชีวิต

เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ต้องการเริ่มดูแลรูปร่างอย่างเป็นระบบ
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกินเล็กน้อย
  • ผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร
  • ผู้ที่ต้องการสร้างผลลัพธ์ในระยะยาว

เหมาะกับปัญหาระดับใด

  • ระดับเริ่มต้น
  • น้ำหนักเกินเล็กน้อย
  • ไขมันสะสมไม่มาก
  • ต้องการเริ่มต้นดูแลรูปร่าง
  • ต้องการปรับพฤติกรรมเพื่อสุขภาพในระยะยาว

ผลลัพธ์อยู่ได้นานเท่าไร

หากสามารถปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ในระยะยาว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวินัยในการดูแลสุขภาพของแต่ละบุคคล

ระยะเวลาพักฟื้น

ไม่มีระยะพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ขึ้นอยู่กับรูปแบบโปรแกรมและระยะเวลาการดูแล โดยทั่วไปเริ่มตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท

ข้อดี

  • ไม่ต้องผ่าตัด
  • ช่วยสร้างพฤติกรรมการดูแลสุขภาพในระยะยาว
  • ลดความเสี่ยงของการกลับมาน้ำหนักเพิ่ม หากดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง

ข้อควรพิจารณา

  • ต้องอาศัยวินัยและความสม่ำเสมอ
  • ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันที
  • อาจไม่ตอบโจทย์ผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดหรือผิวหนังส่วนเกินจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม แม้จะปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องแล้ว บางคนอาจยังมีปัญหาน้ำหนักเกิน หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ทำให้การลดน้ำหนักทำได้ยากกว่าปกติ ในกรณีดังกล่าว แพทย์อาจพิจารณาแนวทางการดูแลใน STEP ถัดไป

STEP 2 โปรแกรมลดน้ำหนักด้วยยา (Weight Management)

เมื่อไรจึงควรพิจารณา STEP นี้?

หากการปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถช่วยให้น้ำหนักและสัดส่วนลดลงตามเป้าหมาย หรือผู้เข้ารับบริการมีภาวะน้ำหนักเกินหรือภาวะอ้วน แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรมลดน้ำหนักด้วยยา (Weight Management) ร่วมกับการดูแลด้านโภชนาการและการออกกำลังกาย

ปัจจุบันมีแนวทางการดูแลน้ำหนักด้วยยา เช่น GLP-1 Weight Loss Program (ปากกาลดน้ำหนัก) ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมในการใช้ยา รวมถึงติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับสุขภาพและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมลดน้ำหนักด้วยยามีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยดูแลน้ำหนักโดยรวมของร่างกาย ไม่ได้มีเป้าหมายในการกำจัดไขมันเฉพาะบริเวณ ดังนั้น แม้น้ำหนักจะลดลงแล้ว บางคนอาจยังมีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง เอว ต้นแขน หรือต้นขาที่ลดได้ยาก

เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีภาวะอ้วน (BMI ≥ 30) หรือผู้ที่มีน้ำหนักเกิน (BMI ≥ 27)
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกินร่วมกับโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคความดันโลหิตสูง หรือไขมันพอกตับ
  • ผู้ที่คุมความอยากอาหารไม่ได้ เช่น ผู้ที่มีพฤติกรรมกินจุกจิก อิ่มยาก หรือหิวบ่อย
  • ผู้ที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
  • ผู้ที่ได้รับการประเมินจากแพทย์ว่าเหมาะสมกับการรักษา

เหมาะกับปัญหาระดับใด

  • ระดับเล็กน้อย–ปานกลาง
  • ผู้ที่มีภาวะอ้วน (BMI ≥ 30) หรือผู้ที่มีน้ำหนักเกิน (BMI ≥ 27)
  • ควบคุมน้ำหนักด้วยการปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวได้ยาก

ผลลัพธ์อยู่ได้นานเท่าไร

ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อการรักษา การปรับพฤติกรรม และการดูแลต่อเนื่อง หากหยุดการรักษาโดยไม่ปรับพฤติกรรม น้ำหนักอาจกลับมาเพิ่มขึ้นได้

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ขึ้นอยู่กับชนิดของยา ขนาดยา และระยะเวลาการรักษา โดยทั่วไปอยู่ในช่วงหลักหมื่นบาทต่อคอร์ส

ข้อดี

  • ไม่ต้องผ่าตัด
  • สนับสนุนการลดน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์
  • เหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักได้ยาก

ข้อควรพิจารณา

  • ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • ควรควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย
  • ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

หากหลังจากดูแลน้ำหนักแล้ว ยังมีไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ส่งผลต่อสัดส่วนของร่างกาย แพทย์อาจพิจารณาแนวทางใน STEP ต่อไป เพื่อช่วยปรับรูปร่างให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

STEP 3 โปรแกรมดูดไขมัน (Body Contouring Surgery)

หลายคนเข้าใจว่าโปรแกรมดูดไขมันเป็นวิธีลดน้ำหนัก แต่ในความเป็นจริง โปรแกรมดูดไขมันมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยปรับสัดส่วนของร่างกาย โดยมุ่งเน้นการลดไขมันสะสมเฉพาะบริเวณที่ลดได้ยาก แม้จะควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม

จึงมักเหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักค่อนข้างคงที่ แต่ยังมีไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น บริเวณหน้าท้อง เอว ต้นแขน ต้นขา สะโพก หรือแผ่นหลัง ซึ่งส่งผลต่อความสมดุลของรูปร่าง

แพทย์จะประเมินปริมาณไขมัน คุณภาพผิว และสัดส่วนของร่างกายก่อนวางแผนการรักษา เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยปรับรูปร่างให้ได้สัดส่วนมากขึ้น

เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะบริเวณ
  • ผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนของร่างกาย
  • ผู้ที่น้ำหนักค่อนข้างคงที่
  • ผู้ที่ลดไขมันบางตำแหน่งได้ยากด้วยการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย

เหมาะกับปัญหาระดับใด

  • ระดับปานกลาง
  • มีไขมันสะสมเฉพาะจุด
  • รูปร่างไม่ได้สัดส่วนแม้น้ำหนักตัวไม่มาก

ผลลัพธ์อยู่ได้นานเท่าไร

เซลล์ไขมันที่ถูกกำจัดออกจะไม่กลับมาในตำแหน่งเดิม แต่หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ไขมันที่เหลืออยู่สามารถขยายตัวได้ ดังนั้นการควบคุมน้ำหนักยังคงเป็นสิ่งสำคัญ

ระยะเวลาพักฟื้น

  • 1-3 วันแรก มีอาการบวมและระบมมากที่สุด
  • 4-7 วัน อาการบวมลดลง สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ และแพทย์มักนัดตัดไหมในช่วงนี้
  • 2-4 สัปดาห์ อาการบวมช้ำลดลงอย่างชัดเจน สามารถเริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ได้
  • 1-3 เดือน สัดส่วนจะเริ่มเข้าที่และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับบริเวณและปริมาณไขมันที่ดูด ควรสวมชุดกระชับตามคำแนะนำของแพทย์

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ขึ้นอยู่กับจำนวนบริเวณ เทคนิคที่ใช้ และความซับซ้อนของการรักษา โดยทั่วไปอยู่ในช่วง หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท

ข้อดี

  • ช่วยลดไขมันเฉพาะจุด
  • ปรับรูปร่างและสัดส่วนได้ชัดเจน
  • เหมาะกับผู้ที่ลดน้ำหนักแล้วแต่ยังมีไขมันสะสมบางตำแหน่ง

ข้อควรพิจารณา

  • เป็นการผ่าตัด
  • ต้องมีระยะพักฟื้น
  • ควรควบคุมน้ำหนักหลังการรักษาเพื่อช่วยคงผลลัพธ์

อย่างไรก็ตาม เมื่อปริมาณไขมันลดลงแล้ว ผู้เข้ารับบริการบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่นหรือมีไขมันสะสมจำนวนมาก อาจเกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อยตามมา ซึ่งในกรณีดังกล่าว แพทย์อาจพิจารณาแนวทางการดูแลเพิ่มเติมในขั้นตอนถัดไป

STEP 4 โปรแกรมกระชับผิวหลังโปรแกรมดูดไขมัน

แม้การลดไขมันจะช่วยให้สัดส่วนของร่างกายเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ต้องการ แต่ไม่ได้หมายความว่าผิวหนังจะสามารถหดกระชับกลับได้ทั้งหมดเสมอไป โดยเฉพาะในผู้ที่มีไขมันสะสมปริมาณมาก อายุเพิ่มขึ้น หรือมีความยืดหยุ่นของผิวลดลง

เมื่อไขมันใต้ผิวหนังลดลง ผิวหนังอาจเกิดความหย่อนคล้อยมากในบางบริเวณ เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือสีข้าง ส่งผลให้แม้รูปร่างจะเล็กลง แต่ยังดูไม่กระชับเท่าที่คาดหวัง

ในกรณีนี้ แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรมกระชับผิวหลังโปรแกรมดูดไขมันร่วมด้วย เพื่อช่วยดูแลความกระชับของผิว โดยพิจารณาจากลักษณะปัญหา ปริมาณผิวที่หย่อนคล้อย และคุณภาพของผิวในแต่ละบุคคล ซึ่งมีด้วยกัน 2 โปรแกรม ได้แก่

  • โปรแกรมยกกระชับผิว J-Plasma
  • โปรแกรม Body Tightening

ทั้งสองแนวทางมีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวและเป้าหมายของผู้เข้ารับบริการ ดังนี้

โปรแกรมยกกระชับผิว J-Plasma

เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานพลาสมาร่วมกับก๊าซฮีเลียม เพื่อช่วยดูแลความกระชับของผิวบริเวณใต้ชั้นผิวหนัง โดยมักพิจารณาใช้ร่วมกับโปรแกรมดูดไขมันในผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

โปรแกรมยกกระชับ Body Tightening

เป็นนวัตกรรมสลายไขมันส่วนเกินและกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้เต่งตึงขึ้น โดยปล่อยคลื่น RF ทำให้ช่วยกระชับผิวหลังทำ และทำให้รูปร่างดูสมดุลขึ้น

เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลังไขมันลดลง
  • ผู้ที่มีความยืดหยุ่นของผิวลดลง
  • ผู้ที่ต้องการดูแลความกระชับของผิวร่วมกับการปรับสัดส่วน
  • ผู้ที่ได้รับการประเมินจากแพทย์ว่าเหมาะกับการรักษา

เหมาะกับปัญหาระดับใด

  • ระดับปานกลาง–ค่อนข้างมาก
  • หลังโปรแกรมดูดไขมัน ผิวยังหย่อนคล้อย
  • ผิวขาดความกระชับเล็กน้อยถึงปานกลาง

ผลลัพธ์อยู่ได้นานเท่าไร

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับคุณภาพผิว อายุ และการดูแลหลังการรักษา โดยการสร้างคอลลาเจนสามารถเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วง 12-18 เดือนหลังทำ

ระยะเวลาพักฟื้น

  • 1 – 3 วันแรก พักฟื้นร่างกาย อาการบวม ช้ำ หรือระบมจะเริ่มลดลง สามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมเบาๆ ได้
  • 2 สัปดาห์แรก แผลแห้งสนิท สามารถตัดไหม (ถ้ามี) และสามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้
  • 1 – 3 เดือน ผิวเริ่มหดตัวและเรียบเนียน เนื้อเยื่อภายในสมานตัวดี การเห็นผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
  • 6 เดือนขึ้นไป ผลลัพธ์กระชับเข้ารูปทรงอย่างสมบูรณ์ ผิวเฟิร์มขึ้น

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่รักษา และหากทำร่วมกับโปรแกรมดูดไขมันจะใช้ระยะพักฟื้นตามแผนการรักษาที่แพทย์กำหนด

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา โดยทั่วไปอยู่ในช่วงหลักหมื่นบาท

ข้อดี

  • ช่วยให้ผิวกระชับมากขึ้น
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • สามารถทำร่วมกับโปรแกรมดูดไขมันได้ในบางกรณี

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่สามารถทดแทนการตัดหนังในผู้ที่มีผิวหนังส่วนเกินจำนวนมาก
  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับคุณภาพผิวของแต่ละบุคคล

อย่างไรก็ตาม หากมีผิวหนังส่วนเกินในปริมาณมาก การดูแลด้วยโปรแกรมกระชับผิวเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด ในกรณีดังกล่าว แพทย์อาจพิจารณาแนวทางการรักษาใน STEP ถัดไป

STEP 5 โปรแกรมตัดหนังหน้าท้อง (Abdominoplasty)

หลังจากลดน้ำหนักจำนวนมาก ไม่ว่าจะเกิดจากการปรับพฤติกรรม โปรแกรมลดน้ำหนัก หรือวิธีอื่น ๆ หลายคนอาจพบว่าปัญหาที่เหลืออยู่ไม่ใช่ “ไขมัน” แต่เป็น “ผิวหนังส่วนเกิน”

เนื่องจากผิวหนังที่เคยขยายตัวเป็นเวลานานอาจสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้ไม่สามารถหดกลับได้เต็มที่ แม้ว่าน้ำหนักจะลดลงจนอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ ผู้ที่เคยตั้งครรภ์อาจมีปัญหากล้ามเนื้อหน้าท้องแยก (Diastasis Recti) ร่วมด้วย ส่งผลให้หน้าท้องยังนูนหรือหย่อนคล้อย แม้จะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ในกรณีนี้ โปรแกรมตัดหนังหน้าท้อง (Abdominoplasty) เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่แพทย์อาจพิจารณา เพื่อช่วยตัดผิวหนังส่วนเกิน และในบางกรณีอาจซ่อมแซมกล้ามเนื้อหน้าท้องร่วมด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

โปรแกรมตัดหนังหน้าท้องมีหลายรูปแบบ เช่น

  • Mini Abdominoplasty
  • Full Abdominoplasty
  • Extended Abdominoplasty

แพทย์จะเลือกแนวทางการรักษาให้เหมาะกับปริมาณผิวหนังส่วนเกิน ตำแหน่งของปัญหา และโครงสร้างร่างกายของแต่ละบุคคล

เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีผิวหนังส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง
  • ผู้ที่ลดน้ำหนักจำนวนมาก
  • ผู้ที่มีหน้าท้องหย่อนคล้อยหลังการตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก และได้รับการประเมินจากแพทย์

เหมาะกับปัญหาระดับใด

  • ระดับมาก
  • ผิวหนังส่วนเกินจำนวนมาก
  • หน้าท้องหย่อนคล้อยมากหลังลดน้ำหนัก
  • หน้าท้องหย่อนหลังตั้งครรภ์

ผลลัพธ์อยู่ได้นานเท่าไร

ผลลัพธ์กึ่งถาวร (ประมาณ 10-15 ปีขึ้นไป) หากไม่มีการตั้งครรภ์ใหม่หรือน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมทั้งแนะนำใหควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม

ระยะเวลาพักฟื้น

เป็นการผ่าตัด จึงต้องมีระยะพักฟื้นตามคำแนะนำของแพทย์ โดยระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัดและความซับซ้อนของแต่ละเคส โดยทั่วไปอยู่ในช่วงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท

ข้อดี

  • ช่วยกำจัดผิวหนังส่วนเกิน
  • ปรับรูปร่างหน้าท้องให้กระชับขึ้น
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยจำนวนมาก

ข้อควรพิจารณา

  • เป็นการผ่าตัดและมีระยะพักฟื้น
  • มีแผลผ่าตัดที่ต้องดูแลตามคำแนะนำของแพทย์
  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังการรักษาและการควบคุมน้ำหนัก

โปรแกรมตัดหนังหน้าท้องไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดน้ำหนัก แต่เป็นการช่วยแก้ไขปัญหาผิวหนังส่วนเกินที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร หรือโปรแกรมดูดไขมันเพียงอย่างเดียว

ในบางกรณี แพทย์อาจวางแผนการรักษาร่วมระหว่างโปรแกรมดูดไขมัน และโปรแกรมตัดหนังหน้าท้อง เพื่อให้เหมาะกับปัญหาและเป้าหมายของผู้เข้ารับบริการ

อยาก ลดสัดส่วน ควรเลือก Step ไหนดี

อยาก “ลดสัดส่วน” ควรเลือก STEP ไหนดี?

หลายคนอาจสงสัยว่าหากต้องการลดสัดส่วน ควรเริ่มต้นที่ STEP ใดก่อน คำตอบคือ ควรเริ่มจากการประเมินและวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายโดยแพทย์ เพื่อเลือกแนวทางการแก้ไขในแต่ละ STEP ให้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล

ตัวอย่างเช่น

  • หากเพิ่งเริ่มต้นดูแลรูปร่าง การเริ่มจาก Body Management Program อาจช่วยให้สามารถปรับพฤติกรรมและลดน้ำหนักได้อย่างเหมาะสม
  • หากมีภาวะน้ำหนักเกินหรือภาวะอ้วน แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรมลดน้ำหนักด้วยยา ร่วมกับการปรับพฤติกรรมและโภชนาการ
  • หากน้ำหนักลดลงแล้ว แต่ยังมีไขมันสะสมเฉพาะจุด โปรแกรมดูดไขมันอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการปรับสัดส่วน
  • หากหลังโปรแกรมดูดไขมันมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรมกระชับผิวหลังโปรแกรมดูดไขมัน
  • หากมีผิวหนังส่วนเกินจำนวนมาก หรือมีกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก โปรแกรมตัดหนังหน้าท้องอาจเหมาะสมกว่า

ดังนั้น การเลือกแนวทางที่เหมาะสมควรเริ่มจากการประเมินโดยแพทย์ เพื่อวิเคราะห์สภาพร่างกาย เป้าหมาย และข้อจำกัดของแต่ละบุคคล ก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสมนั่นเอง

ปรึกษาแพทย์ The Art Plastic Surgery Hospital เพื่อวางแผนการดูแลรูปร่างที่เหมาะกับคุณ

การดูแลรูปร่างไม่ใช่การเลือกหัตถการที่ดีที่สุด แต่เป็นการเลือกแนวทางที่เหมาะกับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรม การดูแลน้ำหนัก การปรับสัดส่วน การดูแลผิวหย่อนคล้อย หรือการแก้ไขผิวหนังส่วนเกิน

ที่ The Art Plastic Surgery Hospital ทีมแพทย์จะประเมินองค์ประกอบของร่างกาย ลักษณะของไขมัน คุณภาพของผิว และเป้าหมายของผู้เข้ารับบริการ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ แนวทางการรักษาและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ติดต่อ The Art Plastic Surgery Hospital

คำถามที่พบบ่อย FAQ

โปรแกรมดูดไขมันกับโปรแกรมลดน้ำหนักด้วยยา ต่างกันอย่างไร?

โปรแกรมลดน้ำหนักด้วยยามุ่งเน้นการดูแลน้ำหนักโดยรวมของร่างกาย ส่วนโปรแกรมดูดไขมันมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยปรับสัดส่วนจากไขมันสะสมเฉพาะจุด

หากลดน้ำหนักได้แล้ว ยังจำเป็นต้องทำโปรแกรมดูดไขมันหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล หากน้ำหนักลดลงแล้ว แต่ยังมีไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ลดได้ยาก แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรมดูดไขมันเป็นอีกหนึ่งทางเลือก

โปรแกรมกระชับผิวหลังโปรแกรมดูดไขมันจำเป็นสำหรับทุกคนหรือไม่?

ไม่จำเป็น ผู้ที่ผิวหนังยังมีความยืดหยุ่นดีอาจไม่ต้องเข้ารับการรักษาเพิ่มเติม โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล

โปรแกรมตัดหนังหน้าท้องช่วยลดน้ำหนักได้หรือไม่?

โปรแกรมตัดหนังหน้าท้องมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยแก้ไขผิวหนังส่วนเกินและในบางกรณีอาจซ่อมแซมกล้ามเนื้อหน้าท้อง ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก

จำเป็นต้องเริ่มจาก STEP 1 เสมอหรือไม่?

ไม่จำเป็น ลำดับในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายภาพรวมของการดูแลรูปร่าง แนวทางที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

บทความนี้ได้รับการตรวจทานความถูกต้องทางการแพทย์โดย นายแพทย์ธรรมรัตน์ จันทร์นวล (เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 34616)

Picture of นายแพทย์ธรรมรัตน์ จันทร์นวล
นายแพทย์ธรรมรัตน์ จันทร์นวล

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ | แพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 34616

แชร์บทความนี้
Facebook
Threads
X
Key Topics
ติดตามข้อมูลและข่าวสารจาก The Art Hospital
บทความแนะนำ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับความงามและสุขภาพ และกิจกรรมดีๆ จาก The Art Hospital
News&Events
ทำศัลยกรรมแบบในรายการ Surgery Wars ราคาเท่าไร? ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

ทำศัลยกรรม Surgery Wars ราคาเท่าไร ? รู้จักปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่าย ทั้งจำนวนหัตถการ เทคนิค ความซับซ้อนของเคส และการประเมินโดยทีมแพทย์ The Art Plastic Surgery Hospital

ศัลยกรรม
หน้าเริ่มหย่อนคล้อย ควรเริ่มดูแลจากอะไร? แนะนำ 5 STEP การยกกระชับใบหน้า ให้เหมาะกับช่วงวัยและระดับปัญหา

การยกกระชับใบหน้ามีทั้งแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด เรียนรู้ 5 STEP การยกกระชับ เปรียบเทียบ Ulthera, Ultraformer, ร้อยไหม และดึงหน้า เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับคุณ

ศัลยกรรม
ลดสัดส่วนมีกี่วิธี? เปรียบเทียบ 5 แนวทางดูแลรูปร่าง ตามระดับปัญหาของแต่ละบุคคล

ลดสัดส่วน ควรเริ่มจากอะไร? รู้จัก 5 แนวทางดูแลรูปร่าง ตั้งแต่ Body Management Program โปรแกรมลดน้ำหนักด้วยยา โปรแกรมดูดไขมัน โปรแกรมกระชับผิว และโปรแกรมตัดหนังหน้าท้อง พร้อมคำแนะนำว่าแต่ละวิธีเหมาะกับใคร

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า