ฟิลเลอร์คือคำตอบที่ดีสำหรับผู้ที่มองหาวิธีปรับรูปหน้า เติมเต็มใบหน้า และแก้ไขจุดบกพร่องเล็ก ๆ ด้วยวิธีที่ปลอดภัยและเห็นผลรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการลดริ้วรอย เติมความอิ่มเอิบ หรือปรับสมดุลโครงหน้า ฟิลเลอร์สามารถตอบโจทย์ได้หลากหลาย อีกทั้งยังเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่น เหมาะสำหรับผู้ที่อยากทดลองเปลี่ยนแปลงลุคก่อนตัดสินใจทำหัตถการถาวร บทความนี้ก็จะพาทุกคนไปรู้จักกับฟิลเลอร์ให้มากขึ้น พร้อมแนะนำวิธีเลือกใช้และดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Key Takeaways :
ฟิลเลอร์ (Filler injection) คือการฉีดสารเพื่อปรับสภาพผิวหนังให้เต่งตึงขึ้น ลดริ้วรอย หรือเติมเต็มบางส่วนของใบหน้า เช่น ริมฝีปาก แก้ม หรือร่องแก้ม ฟิลเลอร์ที่ใช้มักประกอบด้วยสารที่มีความปลอดภัยสูงและสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดี เช่น กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid), แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxylapatite), โพลีแอลแคนโทน (Polylactic Acid) หรือไขมันจากตัวผู้ใช้บริการเอง
การฉีดฟิลเลอร์ควรทำโดยแพทย์เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ผลลัพธ์จะอยู่ได้ชั่วคราวขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และบริเวณที่ฉีด โดยทั่วไปจะมีอายุประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี ก่อนที่จะถูกดูดซึมหรือสลายไปในร่างกาย
ฟิลเลอร์มีหลายประเภทที่มีคุณสมบัติและการใช้งานแตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการและลักษณะของผิวแต่ละบุคคล ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว กึ่งถาวร และถาวร
การฉีดฟิลเลอร์สามารถช่วยปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วน โดยการใช้ฟิลเลอร์ในจุดต่าง ๆ ของใบหน้าจะช่วยแก้ไขปัญหาหรือเพิ่มความสวยงามในบริเวณที่ต้องการได้ ซึ่งแต่ละจุดจะใช้ปริมาณฟิลเลอร์แตกต่างกันไป ดังนี้
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มช่วยลดริ้วรอยและหย่อนคล้อยในบริเวณนี้ ให้ผิวดูเรียบเนียนและเต็มฟูขึ้น โดยทั่วไปจะใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-3 CC ต่อข้าง
ฟิลเลอร์คางช่วยปรับรูปคางให้เรียวขึ้นหรือยืดเส้นคางให้สวยงามขึ้น โดยใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-2 CC ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสมส่วนให้กับใบหน้า และช่วยเสริมโครงหน้าให้ดูมีมิติ
ฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวใต้ตาหย่อนคล้อย หรือริ้วรอยใต้ตา ที่เกิดจากการขาดคอลลาเจน และการทรุดตัวของกระดูกเบ้าตาตามวัย การฉีดฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มให้ดูสดใสและลดรอยคล้ำ โดยใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-3 CC ต่อข้าง ผลลัพธ์คือการทำให้ผิวใต้ตาดูเต่งตึงและสว่างขึ้น
การฉีดฟิลเลอร์ขมับช่วยเติมเต็มบริเวณขมับที่ดูแบนหรือหมองคล้ำ เพื่อให้หน้าดูสมส่วนขึ้น ขมับดูเต็มฟูและปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ โดยทั่วไปจะใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 2-4 CC ต่อข้าง
ฟิลเลอร์หน้าผากจะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียบเนียนและเติมเต็มรอยย่นที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อบนหน้าผาก ใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 3-5 CC เพื่อเพิ่มความสมส่วนให้กับใบหน้า
การฉีดฟิลเลอร์ปากจะช่วยเพิ่มความอวบอิ่มให้กับริมฝีปากที่บาง หรือเติมเต็มร่องริ้วรอยรอบปาก โดยใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-2 CC ช่วยให้ริมฝีปากดูเต็มและมีมิติขึ้น
ฟิลเลอร์แก้มส้มจะช่วยเติมเต็มบริเวณแก้มที่ดูแบนหรือขาดความเต่งตึง ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีชีวิตชีวาขึ้น การใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-2 CC ต่อ 2 ข้างจะช่วยเพิ่มปริมาณเนื้อผิวแก้มและลดรอยย่นที่เกิดขึ้นที่บริเวณนี้
ฟิลเลอร์ก็จะมีอยู่หลายยี่ห้อซึ่งจะผลิตมาจากบริษัทที่แตกต่างกัน และใช้เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละยี่ห้อ จะเลือกฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีนั้นอาจพิจารณาได้ตามคุณสมบัติของแต่ละยี่ห้อ รวมไปถึงความเหมาะสมในการแก้ปัญหา โดยยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เป็นที่นิยมก็จะมีอยู่ด้วยกัน ดังนี้
Juvederm (จูวีเดิม) เป็นฟิลเลอร์จากสหรัฐอเมริกาที่ผลิตจากกรดไฮยาลูโรนิกซึ่งอยู่ในรูปแบบ cross-link ช่วยให้ฟิลเลอร์เรียนเนียนไม่เป็นก้อน ไม่ไหลย้อย ปั้นขึ้นรูปง่ายและผสานเข้ากับเนื้อเยื่อผิวหนังได้อย่างกลมกลืน โดยที่ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ระหว่าง 9-24 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและพื้นที่ที่ฉีด
โดยฟิลเลอร์ของ Juvederm ก็จะมีหลายรุ่นให้เลือก ซึ่งจะแบ่งออกได้ผ่านเทคโนโลยีที่ใช้ในการทำให้กรดไฮยาลูโรนิกมีรูปแบบ cross-link ได้สองกลุ่มคือ เทคโนโลยี Hylacross ที่จะอุ้มน้ำได้ดี ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู และ เทคโนโลยี Vycross ซึ่งจะมีจุดเด่นในความสามารถในการยกกระชับและขึ้นรูปได้ดี อยู่ได้นานแต่อุ้มน้ำได้น้อยกว่า Hylacross
รุ่นที่นิยมใช้ของ Juvederm ก็จะมี ดังนี้
Neuramis (นิวรามิส) เป็นฟิลเลอร์จากเกาหลีใต้ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย MedyTox ที่ผ่านการใช้เทคโนโลยี SHAPE Technology เพื่อทำให้ฟิลเลอร์มีคุณสมบัติ 2-step cross-linking ซึ่งช่วยให้ฟิลเลอร์มีความคงตัวสูง ตรึงไปกับผิว ขึ้นรูปง่าย และทำให้คนไข้ไม่ต้องเจ็บปวดมากในการทำหัตถการ
โดย Neuramis แต่ละรุ่นก็ยังมีจุดเด่นที่ทำให้เหมาะกับจุดที่แตกต่างกันไปด้วย เช่น Neuramis Deep และ Neuramis Deep Licodain ก็จะเหมาะกับการเติมริ้วรอยลึก ในขณะที่ Neuramis Volume Licodain จะเหมาะกับการยกกระชับและปรับรูปหน้าโดยเฉพาะในบริเวณแก้มและคาง
ในปัจจุบันฟิลเลอร์ Neuramis รุ่นที่ได้รับอนุญาตในไทยแล้วก็จะมี ดังนี้
Restylane (เรสทิเลน) เป็นฟิลเลอร์จากสวีเดนที่มีกรดไฮยาลูโรนิกแบรนด์แรกของโลกที่ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาเรื่องริ้วรอย โดยฟิลเลอร์ Restylane ก็จะแบ่งออกได้สองกลุ่ม คือ กลุ่มที่ใช้เทคโนโลยี NASHA ซึ่งจะทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความแน่น แข็งแรง เหมาะกับการยกผิวเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยเฉพาะจุด กับเทคโนโลยี OBT ซึ่งจะผลิตเนื้อฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการเติมในจุดที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย เช่น ร่องแก้ม ทำให้หน้าดูละมุน ดูเหมือนใบหน้าธรรมชาติ
ซึ่งรุ่นที่นิยมใช้ Restylane ก็จะมีดังนี้
ฟิลเลอร์โดยทั่วไปไม่ถือว่าอันตราย หากได้รับการฉีดจากแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้ให้ผลถาวร เช่น กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) แต่หากไม่ได้รับการฉีดอย่างถูกต้องหรือใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานก็อาจเกิดอันตรายได้
ความเสี่ยงและอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นก็จะมีอยู่ ดังนี้
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยมีขั้นตอนดังนี้
การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดความเสี่ยงจากอาการแทรกซ้อน ดังนี้
ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่นั้นจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นที่เลือก ซึ่งในปัจจุบันราคาของแต่ละรุ่นก็จะมี ดังนี้
การเลือกสถานที่ฉีดฟิลเลอร์เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย ควรพิจารณาปัจจัยหลายอย่างก่อนตัดสินใจ ดังนี้
การใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้จะช่วยให้การฉีดฟิลเลอร์เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากขึ้น
หากกำลังมองหาคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ตอบโจทย์ความสวยงาม The Art ก็คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยความน่าเชื่อ ใส่ใจในบริการ มีแพทย์เป็นผู้ทำหัตถการให้ทุกเคส มั่นใจได้ทั้งในเรื่องของผลลัพธ์และการดูแลอย่างใกล้ชิด
การฉีดฟิลเลอร์เป็นวิธีการปรับรูปหน้าที่ทำได้โดยการเติมสารเติมเต็มเข้าไปบริเวณในจุดที่ต้องการแก้ไข เพื่อช่วยปรับสมดุลและเพิ่มความโดดเด่นให้ใบหน้าดูสมมาตรและสวยงามมากขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองปรับรูปหน้าแบบชั่วคราวก่อนตัดสินใจทำหัตถการที่มีผลถาวร สำหรับใครที่กำลังมองหาคลินิกที่มีประสบการณ์ด้านฟิลเลอร์ The Art คือตัวเลือกที่มั่นใจได้ ด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอนและผลลัพธ์ที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้ลูกค้าพอใจในภาพลักษณ์ของตัวเอง
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
หลังฉีดฟิลเลอร์ก็จะเห็นผลได้อย่างชัดเจนในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังทำหัตถการ โดยก่อนหน้านั้นอาจจะมีอาการบวมที่ทำให้เห็นผลได้ยาก
ความคงทนของฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับประเภทของฟิลเลอร์ที่ใช้ โดยทั่วไป ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) จะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ส่วนฟิลเลอร์กึ่งถาวร เช่น PLLA หรือ CaHA อาจอยู่ได้นานถึง 2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
การฉีดฟิลเลอร์มักไม่เจ็บมาก เนื่องจากแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อนทำ แต่บางคนอาจรู้สึกตึงหรือไม่สบายเล็กน้อยในระหว่างทำหัตถการ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ทนได้และจะหายไปหลังจากทำเสร็จ
การฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนอาจเกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมกับบริเวณที่ฉีดหรือเทคนิคของผู้ฉีดที่ไม่ถูกต้อง โดยปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยการฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ซึ่งจะช่วยสลายฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกที่อยู่ผิดที่ได้
อ้างอิง
American Board of Cosmetic Surgery. (n.d.). Learn about injectable dermal fillers. https://www.americanboardcosmeticsurgery.org/procedure-learning-center/non-surgical/injectable-fillers-guide/
Cleveland Clinic. (n.d.). Dermal fillers. https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22667-dermal-fillers
U.S. Food and Drug Administration. (n.d.). Dermal filler do’s and don’ts for wrinkles, lips and more. https://www.fda.gov/consumers/consumer-updates/dermal-filler-dos-and-donts-wrinkles-lips-and-more
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
ยอมรับทั้งหมด