
เซลลูไลท์เป็นอาการที่พบได้ทั่วไป โดยอาการนี้มักมาควบคู่กับปัญหาไขมันส่วนเกินซึ่งอาจเกิดร่วมกับอาการอื่น ๆ อย่างอาการขาเบียดขึ้นมา โดยเซลลูไลท์จะสามารถทำให้เสียความมั่นใจและเกิดความไม่พอใจกับลักษณะผิวที่ไม่เรียบเนียนเหล่านี้ได้ บทความนี้จึงจะมาตอบคำถามกันว่าเซลลูไลท์และผิวเปลือกส้มคืออะไร เกิดจากอะไร หายได้ไหม พร้อมกับมอบเทคนิคในการป้องกันการเกิดเซลลูไลท์ให้ได้ลองใช้กันด้วย
Key Takeaways :
- เซลลูไลท์กับผิวเปลือกส้มคืออาการเดียวกัน ซึ่งใช้ในการอธิบายลักษณะของผิวหนังที่มีรอยบุ๋ม ตะปุ่มตะป่ำจากไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง
- เซลลูไลท์เกิดจากหลายปัจจัย โดยมักจะมีความเกี่ยวข้องกับปริมาณไขมันในร่างกายซึ่งหากมีมาก ก็อาจทำให้เกิดเซลลูไลท์มากตามไปด้วย
- เซลลูไลท์เกิดขึ้นในผู้หญิงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่มากกว่าคนกลุ่มอื่น
- การรักษาเซลลูไลท์สามารถทำได้ทั้งในวิธีการควบคุมน้ำหนักทั่วไปและหัตถการทางการแพทย์ต่าง ๆ
สารบัญบทความ
- เซลลูไลท์ (Cellulite) คืออะไร?
- เซลลูไลท์เกิดจากอะไรได้บ้าง?
- ผิวเปลือกส้มเซลลูไลท์มีวิธีแก้ยังไงได้บ้าง?
- 3 วิธีป้องกันการเกิดเซลลูไลท์ง่าย ๆ ทำเองที่บ้านได้
- รักษาเซลลูไลท์ง่าย ๆ ได้ที่ The Art
เซลลูไลท์ (Cellulite) คืออะไร?

เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือ ผิวเปลือกส้ม คือ ภาวะที่มีไขมันสะสมอยู่ใต้ชั้นผิวหนังมากกว่าความต้องการของร่างกายจนเกิดลักษณะของผิวที่ไม่เรียบเนียน ดูขรุขระ แตกลายหรือเป็นรอยย่นขึ้นมา จนดูเหมือนกับเปลือกส้ม โดยอาการเซลลูไลท์มักจะพบที่บริเวณต้นขา, หน้าอก, สะโพก, หน้าท้อง, ต้นแขนหรือบริเวณก้น ซึ่งสามารถพบได้บ่อยในผู้คนที่มีปัญหาเรื่องไขมันอื่น ๆ อย่างในคนที่มีขาใหญ่ นอกเหนือจากนั้นปัญหาเซลลูไลท์ยังมักจะพบในผู้หญิงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่มากกว่าในกลุ่มคนอื่น ๆ
เซลลูไลท์เกิดจากอะไรได้บ้าง?
สาเหตุของเซลลูไลท์ยังไม่สามารถรู้ได้อย่างที่ชัดเจน แต่ทางการแพทย์ปัจจุบันเชื่อว่าปัจจัยเสี่ยงที่สามารถกระตุ้นการเกิดเซลลูไลท์จะมีอยู่ ดังนี้
- กรรมพันธุ์ : หากมีสมาชิกในครอบครัวที่มีเซลลูไลท์หรือมีประวัติการเป็นเซลลูไลท์ ก็สามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดเซลลูไลท์ได้
- อาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง : เมื่อร่างกายได้รับปริมาณไขมันและน้ำตาลที่มากกว่าจะใช้งานได้ในแต่ละวันก็จะทำให้ร่างกายแปลงพลังงานส่วนเกินเหล่านั้นเป็นไขมัน เพิ่มโอกาสเกิดไขมันสะสมให้มากขึ้นได้
- การอดอาหาร : การอดอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลงหรือเพื่อเหตุผลอื่น ๆ ก็อาจทำให้ร่างกายพยายามสะสมพลังงานส่วนเกินเป็นไขมันไว้ใช้ในยามอดอาหารมากขึ้นได้
- ระบบการเผาผลาญที่ช้า : จะทำให้ร่างกายใช้พลังงานในร่างกายได้ไม่หมดจนเกิดการสะสมของไขมันขึ้นมาได้
- ขาดการออกกำลังกาย : การออกกำลังกายจะช่วยลดการสะสมของไขมันและเพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้คนที่ไม่ออกกำลังกายอาจจะเพิ่มโอกาสการเกิดเซลลูไลท์ขึ้นมาได้
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน : ฮอร์โมนอาจเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงต่าง ๆ ของชีวิต เช่น ช่วงการตั้งครรภ์ หรือวัยหมดประจำเดือน
- ภาวะขาดน้ำ : ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและเกิดการสะสมของไขมันได้ง่ายขึ้น
- อัตราส่วนของไขมันในร่างกาย : หากร่างกายมีไขมันสูงมากก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเกิดเซลลูไลท์ให้มากขึ้นตามไปอีก
ผิวเปลือกส้มเซลลูไลท์มีวิธีแก้ยังไงได้บ้าง?

ปัญหาผิวเปลือกส้มเซลลูไลท์ก็จะมีวิธีการรักษาอยู่หลายวิธี โดยวิธีส่วนใหญ่ก็จะใกล้เคียงกับการแก้ปัญหาเรื่องไขมันอื่น ๆ เช่น กระบวนการลดหน้าท้องหลังคลอด แต่ละวิธีก็จะมีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกันไป ซึ่งวิธีต่อไปนี้ก็จะเป็นตัวอย่างของการลดอาการผิวเปลือกส้มให้น้อยลงที่เป็นที่นิยม
การรักษาเซลลูไลท์ผ่านการดูดไขมัน (Liposuction)
การดูดไขมันจะทำได้โดยการใช้เครื่องมือที่มีหัวเป็นท่อ (Cannula) สอดเข้าไปดูดไขมันจากใต้ชั้นผิวหนังออกมา วิธีนี้เป็นการกำจัดไขมันส่วนเกินที่นิยมกันมากทั้งในไทยและต่างประเทศเนื่องจากความว่องไวในการเห็นผลที่สังเกตได้ตั้งแต่หลังทำหัตถการ ทำให้เซลลูไลท์หายไปได้อย่างรวดเร็ว ถึงอย่างนั้นการดูดไขมันก็ไม่ช่วยให้อาการเซลลูไลท์หายขาดหากไม่กำจัดปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการ ก็อาจจะกลับมามีผิวเปลือกส้มอีกได้ในภายหลัง
การรักษาเซลลูไลท์ด้วยเลเซอร์ (Laser treatment)
การรักษาเซลลูไลท์ด้วยเลเซอร์ (Laser treatment) เป็นวิธีที่ช่วยลดเลือนผิวเปลือกส้มได้ประมาณ 1 ปีขึ้นไปหลังจากทำ โดยพลังงานเลเซอร์จะช่วยสลายเนื้อเยื่อที่ทำให้ผิวเกิดรอยตะปุ่มตะป่ำ รวมถึงช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในผิวชั้นลึก ทำให้ผิวหนาขึ้นและดูเรียบเนียนมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มความหนาของผิวนี้ช่วยลดการมองเห็นของผิวเปลือกส้มให้เห็นได้ยากขึ้น
การรักษาเซลลูไลท์ด้วย Acoustic wave therapy
การรักษาด้วย Acoustic wave therapy เป็นอีกวิธีที่สามารถใช้ในการทำลายเซลล์ไขมันใต้ผิวหนังเพื่อให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น โดยคลื่นเสียงจะถูกใช้เพื่อสร้างการสั่นไหวในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่มักมีการสะสมของไขมันจนก่อให้เกิดเซลลูไลท์ขึ้น แต่วิธีนี้อาจต้องเข้ารับบริการรายอาทิตย์ 6-8 ครั้งจึงจะเริ่มเห็นผล
การใช้ครีมและโลชั่นรักษาเซลลูไลท์
การใช้ครีมที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน หรือเรตินอล (retinol) เป็นอีกวิธีที่นิยมในการลดเซลลูไลท์ โดยครีมที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนช่วยลดการบวมและทำให้ผิวเปลือกส้มดูเนียนขึ้นได้ ส่วนเรตินอลจะช่วยให้ผิวหนาขึ้น ซึ่งจะช่วยลดลักษณะผิวเปลือกส้มได้ แต่การใช้ครีมเหล่านี้ต้องใช้เวลานานอย่างน้อย 6 เดือนจึงจะเริ่มเห็นผล
การรักษาเซลลูไลท์ด้วยการผ่าตัดดึงผิว (Subcision)
การผ่าตัดดึงผิว (Subcision) คือกระบวนการที่จะปลดปล่อยชั้นผิวหนังใต้ผิวจากการถูกดึงรั้งด้วยเส้นใยไฟโบรซิสที่อยู่ในชั้นไขมันใต้ผิว ซึ่งจะช่วยกระจายแรงตึงในชั้นใต้ผิวหนังให้ทั่วถึงในทุกส่วน ทำให้ไขมันที่เคยยื่นออกมาดูเรียบขึ้นและกระจายตัวในพื้นที่ที่สร้างขึ้นจากการผ่าตัดจนไม่เป็นผิวเปลือกส้มอีกต่อไป
3 วิธีป้องกันการเกิดเซลลูไลท์ง่าย ๆ ทำเองที่บ้านได้

การป้องกันไม่ให้เซลลูไลท์เกิดขึ้นจะเป็นการแก้ปัญหาผิวเปลือกส้มที่มีประสิทธิภาพและมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด โดยสามารถทำได้ทั้งในคนที่ยังไม่เป็นเซลลูไลท์แต่อยากป้องกันเอาไว้และคนที่เป็นเซลลูไลท์แล้วพร้อมกับกำลังรับการรักษาอยู่ นอกจากนั้นการทำวิธีเหล่านี้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานยังมีโอกาสที่จะช่วยทำให้อาการเซลลูไลท์ที่เป็นอยู่แล้วลดเลือนหรือหายไปได้
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายจะช่วยลดไขมันในร่างกาย ซึ่งสามารถทำให้อาการผิวเปลือกส้มดูลดเลือนลงได้ โดยควรเลือกโปรแกรมการออกกำลังกายที่ผสมผสานระหว่าง การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic) และการฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) เพื่อช่วยเผาผลาญไขมัน และทำให้กล้ามเนื้อกระชับ ดูเรียบเนียนขึ้น ไม่เป็นรอยบุ๋มเหมือนเดิม นอกจากนั้นการออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ซึ่งช่วยลดการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังอันเป็นสาเหตุของเซลลูไลท์
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกิน
การปรับพฤติกรรมการกินอาหารเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันเซลลูไลท์ ซึ่งการกินอาหารที่มีประโยชน์และสมดุล เช่น การเพิ่มการบริโภคไฟเบอร์ และลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงหรือน้ำตาลที่มากเกินไป จะช่วยลดการสะสมของไขมันและสารพิษในร่างกาย
นอกจากนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอก็สำคัญ เพราะการขาดน้ำทำให้ผิวเปลือกส้มดูเด่นชัดขึ้น แถมน้ำยังช่วยขับสารพิษในร่างกายและทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ดังนั้นการดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวันจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ดีในการลดปัญหาเซลลูไลท์ด้วย
การแปรงผิวแบบแห้ง (Dry Brushing)
การแปรงผิวแห้งด้วยแปรงขนธรรมชาติหรือใยบวบ (Loofah) จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง และยังช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ทำให้ผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น ลดการเกิดผิวเปลือกส้มลงได้ โดยการแปรงผิวที่ดีควรเริ่มจากเท้าและค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปจนถึงบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย ใช้การแปรงเป็นวงกลมหรือการแปรงตามแนวยาวของร่างกายจะให้ผลได้ดีที่สุด
รักษาเซลลูไลท์ง่าย ๆ ได้ที่ The Art
เซลลูไลท์ คือการสะสมของไขมันใต้ชั้นผิวหนังที่ทำให้ผิวมีลักษณะขรุขระ ตะปุ่มตะป่ำ คล้ายผิวเปลือกส้ม ปัจจัยที่ทำให้เกิดเซลลูไลท์นั้นมีหลากหลาย ทั้งพันธุกรรม พฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิต รวมถึงปัจจัยภายในร่างกายอย่างระบบเผาผลาญที่ทำงานช้าลง การรักษาเซลลูไลท์มีให้เลือกหลายวิธี โดยแต่ละวิธีมีจุดเด่นเฉพาะตัว หากต้องการเห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว การดูดไขมันอาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุด
ที่ The Art ก็จะใช้เทคนิคการดูดไขมันที่ช่วยลดขนาดแผลให้เล็กที่สุด พร้อมซ่อนแผลในตำแหน่งที่มองเห็นได้ยาก โดยทีมแพทย์ของดิอาทจะออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับสรีระของลูกค้าแต่ละราย เน้นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ดูดเกลี้ยงไม่เสี่ยงแก้ หากสนใจอยากทราบดูดไขมันราคาเท่าไหร่ หรือมีความสงสัยอื่น ๆ ก็สามารถติดต่อได้ตามช่องทางด้านล่างนี้!
Line: @theartclinic
Facebook: The Art
Instagram: The Art
โทรศัพท์: 02-096-4505
อ้างอิง
Cronkleton, E. (2018, June 15). What is cellulite and how can you treat it? Healthline. https://www.healthline.com/health/cellulite#causes
Crosta, P. (2023, November 13). Everything you need to know about cellulite. Healthline. https://www.medicalnewstoday.com/articles/149465#_noHeaderPrefixedContent
Cellulite. (2021, October 28). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/17694-cellulite
Friedmann, D. P., Vick, G. L., & Mishra, V. (2017). Cellulite: A review with a focus on subcision. Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5234561/


